โรคร้ายแรง ต้องเตรียม 3 ล้าน
- Aksika Chantarawinij
- 6 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา
เวลาที่นักวางแผนการเงินหรือที่ปรึกษาประกันพูดว่า "ควรมีเงินสำรองหรือความคุ้มครองโรคร้ายแรงอย่างน้อย 3 ล้านบาท" ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องใช้เงิน 3 ล้านเสมอไป แต่เป็นการประมาณการเพื่อรองรับผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง
ค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ค่ารักษา
หลายคนคิดว่าโรคร้ายแรงมีแค่ค่าหมอและค่ายา แต่ความจริงมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วน เช่น
✅ ค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินที่ประกันสุขภาพอาจไม่ครอบคลุม
✅ ค่ายานอกบัญชี หรือเทคโนโลยีการรักษาใหม่
✅ ค่าเดินทางและค่าดูแลระหว่างรักษา
✅ รายได้ที่หายไปจากการหยุดงาน
✅ ค่าใช้จ่ายของครอบครัวที่ยังคงต้องจ่ายต่อ
ตัวอย่างคร่าว ๆ
สมมติคุณมีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน
หากป่วยเป็นมะเร็งและต้องพักรักษาตัว 2 ปี
รายได้ที่หายไป = 50,000 × 24 เดือน
= 1.2 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายรักษาและดูแลตัวเอง = 500,000 – 1,500,000 บาท
รวมแล้วอาจกระทบทางการเงิน 1.7 – 2.7 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น
นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิดว่า "ควรมีเงินก้อนหรือความคุ้มครองประมาณ 3 ล้านบาท"

โรคร้ายแรงยอดฮิตที่พบมากที่สุดในคนไทย ได้แก่ โรคมะเร็ง (อันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตสูงสุด) รองลงมาคือ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรคหลอดเลือดหัวใจ และ โรคเบาหวาน โรคกลุ่มนี้มักเป็นภัยเงียบและมีค่ารักษาพยาบาลที่สูงมาก บางครั้งเกิดขึ้นแบบกระทันหัน หรือตรวจเจอในระยะลุกลามแล้ว ต้องใช้ความเร่งด่วนในการรักษา

หลายคนคิดว่า "ยังแข็งแรง ยังไม่ต้องทำ" แต่จริง ๆ แล้วควรทำประกันโรคร้ายแรงตั้งแต่อายุน้อย
หลายคนรอจนเริ่มมีอาการ เช่น
ไขมันสูง
ความดันสูง
เบาหวาน
ก้อนเนื้อ
ผลตรวจสุขภาพผิดปกติ
เมื่อถึงวันนั้นอาจเบี้ยเพิ่ม มีข้อยกเว้นโรค หรือบางกรณีอาจไม่ได้รับการอนุมัติ ดังนั้น "วันที่ทำประกันง่ายที่สุด คือวันที่ยังไม่ป่วย"
ต้องการเปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพที่เหมาะกับงบประมาณและความต้องการของคุณ
ติดต่อเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลได้ที่



ความคิดเห็น