บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับการวางแผนการเงิน
- Aksika Chantarawinij
- 8 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ "บัตรคนจน" เป็นโครงการที่รัฐบาลจัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานของภาครัฐ โครงการนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560 และยังคงเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ช่วยเหลือประชาชนที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และทรัพย์สิน
ใครบ้างที่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้ที่จะได้รับสิทธิจะต้องผ่านเกณฑ์การคัดกรองจากกระทรวงการคลัง โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้น เช่น
มีสัญชาติไทย
อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
ในกรณีมีครอบครัว รายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครอบครัวต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
มีทรัพย์สินทางการเงิน เงินฝาก หรือการถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด
เกณฑ์เหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงกลุ่มประชาชนที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง
วิธีลงทะเบียน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" รายใหม่ ขอรับสิทธิด้วยตนเอง
สำหรับประชาชนกลุ่มตกหล่น ตรวจสอบข้อมูล - ขอรับสิทธิด้วยตนเอง ผ่านเว็บไซต์ https://web-app.bora.dopa.go.th/welfare/login ปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพและสร้างความมั่นคงในชีวิตได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนยืนยันสิทธิ ผ่านทาง 5 ช่องทาง ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569
แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" / แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง": ปิดระบบยืนยันสิทธิในเวลา 23.00 น. ของทุกวัน (ยกเว้นวันสุดท้ายคือวันที่ 21 มิ.ย. ปิดระบบเวลา 23.00 น.)
เว็บไซต์โครงการ: ปิดระบบในเวลา 23.00 น.
เครื่อง ATM ธนาคารกรุงไทย: เปิดให้ยืนยันสิทธิได้ตลอด 24 ชั่วโมง จนถึงเวลา 23.00 น. ของวันที่ 21 มิ.ย.
หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย, ธ.ก.ส., ออมสิน, ธ.อ.ส. และ ธ.อิสลาม): ปิดทำการตามเวลาเปิด-ปิดปกติของแต่ละธนาคาร

การวางแผนการเงินไม่ใช่เรื่องของคนรวย
หลายคนเข้าใจว่าการวางแผนการเงินเป็นเรื่องของคนที่มีรายได้สูงหรือมีทรัพย์สินจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง คนที่มีรายได้ปานกลางหรือรายได้น้อยกลับเป็นกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินมากที่สุด เพราะทุกบาททุกสตางค์มีความหมายต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต
การวางแผนการเงินที่ดีอาจเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น
1. สร้างเงินสำรองฉุกเฉการมีเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน จะช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้โดยไม่ต้องก่อหนี้เพิ่มเติม
2. วางแผนความคุ้มครองด้านสุขภาค่ารักษาพยาบาลเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายครอบครัวประสบปัญหาทางการเงิน การมีหลักประกันด้านสุขภาพที่เหมาะสม สามารถช่วยลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้
3. บริหารหนี้อย่างมีระบบ หนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่หนี้ที่ไม่มีการวางแผนอาจกลายเป็นภาระระยะยาว
การจัดลำดับการชำระหนี้และควบคุมภาระผ่อนชำระให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นส่วนสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน
4. เริ่มออมเพื่ออนาคต ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายด้านการศึกษาของบุตร การเกษียณอายุ หรือเป้าหมายชีวิตอื่น ๆ การเริ่มต้นออมตั้งแต่วันนี้มักง่ายกว่าการพยายามตามเก็บในอนาคต
ความช่วยเหลือจากภาครัฐมีความสำคัญ แต่การเตรียมพร้อมด้วยตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นมาตรการที่มีคุณค่าและช่วยเหลือประชาชนจำนวนมากในช่วงเวลาที่จำเป็น ความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวยังคงต้องอาศัยการวางแผน การออม และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับแต่ละคน
หนึ่งในเครื่องมือที่หลายคนเลือกใช้คือ "ประกันสะสมทรัพย์" ซึ่งช่วยสร้างวินัยในการออมควบคู่ไปกับการได้รับความคุ้มครองชีวิต โดยผู้เอาประกันสามารถวางแผนการออมในระยะเวลาที่กำหนด และได้รับผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์เมื่อครบสัญญา



ความคิดเห็น